แก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ สุดฮิตโทรตุ๋น’คืนเงินภาษี’

แก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ สุดฮิตโทรตุ๋น’คืนเงินภาษี’
สัปดาห์นี้ระวังพวก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ให้ดี สุดเทรนด์อาศัยช่วง “คืนภาษี” โทรตุ๋นเหยื่อว่าเป็นกรมสรรพากรหลอกขอข้อมูลส่วนตัว-ทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็ม ใครเจออย่าหลงเชื่อเชียว!
จันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00 น.

แหม!! เดี๋ยวนี้…ยุคนี้สมัยนี้ บรรดาสารพัดแก๊งหลอกลวงเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดกันทีเดียว ที่สำคัญยังมีมาในสารพัดรูปแบบ โดยเฉพาะบรรดา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ตกเป็นข่าวให้เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ใครสนใจ ใครใส่ใจที่จะติดตามข่าวสารก็อาจไม่ลุ่มหลง ไม่ตกเป็นเหยื่อให้ตัวเองเดือดร้อน

แต่ในอีกด้านก็มีจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ยอมตกเป็น “เหยื่อ” ของแก๊งหลอกลวงเหล่านี้ ด้วยความหวังที่ว่าการเข้าไปลงทุนง่ายๆ หาสมาชิกมาเพิ่มเติม เดี๋ยวก็ได้รายได้ดี สุดท้ายไม่กี่เดือนก็ถูกพวกฉวยโอกาสเชิดเงินหนีหายไป

เรื่องราวการหลอกลวงในสารพัดรูปแบบเหล่านี้ ดูเหมือนจะมีการพูดกันหรือเปรียบเทียบให้เห็นว่า หากบรรดาแก๊งเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหล่ะจะเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีว่า…เศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นๆ จริงๆ แล้วดีหรือไม่ดีกันแน่?!?

เพราะยิ่งหาก “แก๊งหลอกลวง” เกิดขึ้นมาก เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน นั่นหมายความว่า…เศรษฐกิจไทยกำลังตกสะเก็ดกันอย่างเต็มที่ เพราะประชาชนเดือดร้อนต้องหาทางช่วยเหลือปากท้องตัวเองให้มีกิน

แต่เดี๋ยวนี้ สมัยนี้ กลับกลายเป็นว่า…ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีก็ตาม บรรดาแก๊งหลอกลวง แก๊งต้มตุ๋นสารพัด ก็เดินหน้าออกมาทำมาหากิจกันอย่างโจ๋งครึ่ม ไม่เกรงไม่กลัวอะไรกันทั้งนั้นแล้ว

ดั่งที่พวกคุณๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ตามหน้าสื่อทุกแขนงนั่นแหล่ะค่ะ เรียกได้ว่าแทบจะเกิดเป็นข่าวเป็นคราวกันทุกวันทีเดียวก็ว่าได้ เรียกว่า…ข้าไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนกันแหละ…ถ้าเจอเหยื่อก็ฮุบกันทันที!

อย่างล่าสุด…นี่ ถึงขนาดที่ว่ามี “แก๊งหลอกลวง” โดยนำเรื่องของการคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มาหลอกลวงมาต้มตุ๋น ให้คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องตกเป็นเหยื่อไปโอนเงินให้แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้หลายรายกันทีเดียว ถึงขนาดที่ว่า กรมสรรพากร ต้องออกข่าวแจ้งเตือนผู้เสียภาษีกันทีเดียวว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรไม่มีการไปขอตรวจสอบเรื่องการคืนเงินภาษี หรือการขอคืนภาษี โดยการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลกับผู้เสียภาษีแน่นอน!!

ดังนั้น…ใครที่อ้างว่า…“เป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรแล้วไปหลอกลวงให้ผู้เสียภาษีเปิดเผยข้อมูลของตัวเอง รวมทั้งให้ไปทำธุรกรรม ไปโอนเงินคืนที่ตู้เอทีเอ็ม ก็สามารถแจ้งความแจ้งดำเนินคดีกันได้ทันที หรือแจ้งไปที่กรมสรรพากรได้ทันที”

เพราะในปัจจุบัน วิธีการคืนเงินของ กรมสรรพากร นั้น สำหรับผู้เสียภาษีที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ทางกรมสรรพากรเอง จะตรวจสอบหลักฐานหักครบถ้วนถูกต้องตามความเป็นจริงก็จะคืนเงินในระบบพร้อมเพย์ ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลักอยู่แล้ว หรือไม่ก็จะคืนให้ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ ไม่มีการให้ไปทำธุรกรรมใดๆ ที่ตู้เอทีเอ็มทั้งสิ้น

เมื่อ กรมสรรพากร ออกมาเตือนกันซะขนาดนี้…นั่น!! หมายความว่าบรรดา “แก๊งหลอกลวง” ทั้งหลาย ซึ่งในที่นี้ก็หนีไม่พ้นบรรดา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ก็อาศัยช่วงจังหวะของการเสียภาษีรายได้ของบุคคลธรรมดา มาเป็นช่วงเวลาในการหากิน ใครไม่มีสติก็ถูกหลอกลวงได้ง่าย

เหมือนๆ กับการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ แล้วเที่ยวโทรศัพท์ไปหาเหยื่อเพื่อหลอกลวง โดยให้โอนเงินผ่านเอทีเอ็มเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ก่อนมารับของที่ไปรษณีย์ หรือหลอกลวงให้บอกเบอร์บัญชี หรือให้โอนเงินให้ผ่านตู้เอทีเอ็ม

เพียงแต่ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของ “การเสียภาษี” เท่านั้น วิธีการหลอกลวงจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์มาเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร แหม…เห็นอย่างนี้แล้วน่าจะจับมาเค้นคอให้หายแค้นซะนี่กระไร ทุกวันนี้บางคนก็ย่ำแย่อยู่แล้ว ยังจะมาหลอกลวง มาซ้ำเติมกันอีก

ไม่เพียงเท่านี้ วิธีการหลอกลวงของพวกมิจฉาชีพเหล่านี้ยังเปลี่ยนแปลง ไปเป็นในรูปแบบของการส่งของโดยบริษัทโลจิสติกส์เอกชน ในรูปแบบเดียวกับไปรษณีย์นั่นแหล่ะ เพียงแต่เป็นสินค้าที่พวกคุณๆ ท่านๆ ไม่ได้สั่งซื้อ แต่ถูกมัดมือชกจากคนเหล่านี้ให้จ่ายตังค์ โดยอาศัยบริษัทเอกชนที่มีธุรกิจรับส่งสินค้ามาเป็นตัวล่อ

วิธีการก็ง่ายๆ ยอมลงทุนซื้อของห่วยๆ แล้วส่งผ่านบริษัทเอกชนเหล่านี้ โดยให้มาเก็บเงินที่ปลายทาง ใครที่ไม่ทันตั้งตัว ก็อาจจะงงๆ งวยๆ ว่าสั่งซื้อสินค้าอะไรไป กว่าจะรู้ตัวก็อาจควักเงินจ่ายไปแล้วเรียบร้อย ก่อนมาเปิดดูสินค้าแล้วต้องชีช้ำระกำใจว่า “ถูกหลอก” เข้าให้แล้ว

เรื่องหลอกลวงเหล่านี้ว่ากันไม่ได้หรอกนะ ถ้าไม่เจอกับตัวเอง หลายคนที่มีสติก็รอดตัวไป แต่หลายคนไม่เคย แถมไม่มีสติเข้าให้อีกต่างหาก ก็ถูกหลอกเสียเงินไปฟรีๆ ก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก

เอาเป็นว่า…คุณๆ ท่านๆ ทั้งหลาย ต้องมี “สติ” กันหน่อยจะได้ไม่เสียสตางค์กันภายหลัง เพราะทุกวันนี้สังคมไทยเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวันๆ สารพัดรูปแบบการหลอกลวงมีให้เห็นกันอยู่ตลอดทีเดียว!!
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์