ผู้ปกครองปลื้ม นโยบายลดการบ้านเด็ก

นโยบายลดการบ้านเด็ก ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ปกครองและเด็ก ทั้งนี้สพฐ. เสนอแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการทำการบ้านของเด็กแต่ละระดับ ที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนทั้งจากผู้ปกครองและนักเรียน เรื่องของการบ้านที่มีมากจนส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็ก ทั้งความเครียด การขาดโอกาสที่จะพัฒนาทักษะอื่นๆ ไม่มีเวลาที่จะร่วมกิจกรรมกับในครอบครัว เสียงสะท้อนเหล่านี้มีมาในหลายช่องทาง

โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้รับรู้เสียงสะท้อนเหล่านี้ มีความห่วงใยและมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หาแนวทางลดการบ้าน จึงเป็นที่มาของหนังสือที่แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ถึงแนวปฏิบัติการลดการบ้านของนักเรียน ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หลักการของการลดการบ้านนั้น โรงเรียนจะต้องบริหารจัดการเอง โดยครูผู้สอนจะมีบทบาทหลัก ต้องมีการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ครอบคลุมถึงการมอบการบ้านให้นักเรียน โดยเฉพาะครูที่สอนระดับชั้นเดียวกัน ต้องมีการวางแผนร่วมกัน, ครูแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้วางแผนการให้การบ้านแบบบูรณาการร่วมกัน การบ้าน 1 ชิ้นสามารถเป็นกิจกรรมเครื่องมือในการวัดและประเมินผลร่วมกันของหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้, คำนึงถึงความเหมาะสมกับวัยของผู้เรียนทั้งจำนวนสาระการเรียนรู้ปริมาณของการบ้าน ระยะเวลาการส่งการบ้าน ความประหยัดและคุ้มค่า รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำการบ้าน และเวลาที่ใช้ทำการบ้านในแต่ละวัน ได้แก่ ประถมศึกษาปีที่ 1-3 ให้ทำการบ้านประมาณ 30 นาทีไม่เกิน 1 ชั่วโมง, ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ประมาณ 1 ชั่วโมงไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาที และมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ไม่เกิน 2 ชั่วโมง “เรื่องการวางแผน การบูรณาการนั้นถ้าเป็นในโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่มีครูเพียง 1-2 คน สอนทุกกลุ่มสาระฯ ครูก็ทราบอยู่แล้วบริหารจัดการได้ แต่ในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ในแต่ละชั้นมีเด็กหลายห้องเรียน ครูผู้สอนมีหลายคน มีหลายวิชา ทุกคนก็มุ่งมั่นพัฒนากลุ่มสาระที่ตนเองสอนเพื่อให้เด็กมีความเป็นเลิศ ทำให้ต่างคนต่างให้การบ้าน แต่จากนี้ก็ต้องมาวางแผนด้วยกัน มาบูรณาการชิ้นเดียวกัน ดูว่าแบบไหนตอบโจทย์การจัดการเรียนการสอนแก่เด็ก แต่หากไม่ได้จริง ก็ต้องวางแผนว่าวิชาไหนเด็กควรไปเสริมอะไร ในช่วงเวลาวันไหนที่เหมาะสม ตามกรอบแนวปฏิบัติที่ สพฐ.มอบไปให้” ดร.บุญรักษ์ กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth