ข้อควรรู้ก่อนแอดมิชชั่น !!

          22  นาทีที่ผ่านมาเข้าสู่ช่วงเทศกาลแอดมิชชั่น เด็กม.ปลายจำนวนไม่น้อยเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นคะแนนเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนคณะที่ใฝ่ฝัน ทำอย่างไรให้ถึงฝัน

          ทุกๆปีเด็กนักเรียนชั้นม.6 ที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีสนามสอบใหญ่เป็นรอบแอดมิชชั่น สำหรับผู้ที่สมัครสอบแอดมิชชั่นจะต้องมีคะแนนสอบ GAT/PAT ที่สอบมาแล้วไม่นานกว่า 2 ปี

          โดยแต่ละปีจะมีการจัดสอบ 2 รอบ ช่วงประมาณเดือนตุลาคมและเดือนมีนาคมของปีถัดไป ซึ่งจะประกาศรับสมัครแอดมิชชั่นประมาณเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป และประกาศผลในเดือนมิถุนายน

          “ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์”ไปรวบรวมข้อมูลมาเพื่อช่วยวางแผนแอดมิชชั่นอย่างไรให้ได้คณะ สาขา ดั่งใจที่ต้องการ

          ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า รอบแอดมินชั่นทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัยจะมีคะแนนเต็มเท่ากันคือ 30,000 คะแนน โดยคำนวนคะแนนจาก 3 ส่วนใหญ่ๆคือ 1. GPAX 20% 2.O-NET 30% 3. GAT/PAT 50% (สัดส่วนแล้วแต่คณะและสาขา)

          แต่ละคณะและสาขาวิชามีสัดส่วนการคำนวณคะแนน GPAX กับ O-NET เหมือนกันแต่ต่างกันที่สัดส่วนการคำนวณคะแนน GAT/PAT โดย GPAX 20% = 6,000 คะแนน

          ส่วนนี้คำนวณจากเกรดเฉลี่ย 6 เทอมซึ่งสามารถดูได้จากใบ ปพ.1 ที่ได้จากโรงเรียนเมื่อจบการศึกษา โดยนำเกรดเฉลี่ยสะสมที่ได้มาคูณด้วย 1,500 ก็จะได้คะแนนที่จะนำไปรวมกับส่วนอื่นๆในส่วนนี้มีคะแนนสูงสุดอยู่ที่ 6,000 คะแนน

          O-NET 30% = 9,000 คะแนน ในส่วนนี้มีการปรับสัดส่วนใหม่จากเดิมใช้คะแนนจาก 8 วิชา เปลี่ยนมาเป็นใช้คะแนน 5 วิชา วิชาละ 6 % ดังนี้ ภาษาไทย สังคม ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยการคำนวณคือเอาคะแนนแต่ละวิชามารวมกันแล้วคูณด้วย 18 ซึ่งจะได้คะแนนที่เอาไปรวมกับส่วนอื่นๆ คะแนนเต็มจากส่วนของ O-NET คือ 9,000 คะแนน

          GAT/PAT 50% รวมกัน 15,000 คะแนน คะแนนจากส่วนนี้จะมีคะแนนเต็ม 15,000 คะแนน แต่วิธีการคำนวณแตกต่างแล้วแต่คณะและสาขาวิชา โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1.กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อยๆคือ กลุ่มที่ 1 คณะสัตวแพทย์, คณะสหเวชศาสตร์, คณะสาธารณสุขศาสตร์, คณะเทคนิคการแพทย์, คณะพยาบาลศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ใช้คะแนนจาก GAT 20% + PAT 2 30% กลุ่มที่ 2 คณะทันตแพทยศาสตร์ ใช้คะแนนจาก GAT 20% + PAT 110%+ PAT 2 20% กลุ่มที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ ใช้คะแนนจาก GAT 10% + PAT 240%

2. กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อยด้วยกัน คือ กลุ่มที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์, คณะทรัพยากรธรรมชาติ ใช้คะแนนจาก GAT 10% + PAT 110%+ PAT 2 30% และกลุ่มที่ 2 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้คะแนนจาก GAT 10% + PAT 120%+ PAT 2 20%

3.กลุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใช้คะแนนจาก GAT 15% + PAT 215%+ PAT 3 20%

4. กลุ่มสถาปัตยกรรมศาสตร์ ใช้คะแนนจาก GAT 10% + PAT 440%

5. กลุ่มคณะเกษตรศาสตร์, คณะวนศาสตร์, คณะอุตสาหกรรมเกษตร, คณะเทคโนโลยีเกษตร ใช้คะแนนจาก GAT 10% + PAT 110%+ PAT 230%

6. กลุ่มคณะบริหาร พาณิชยศาสตร์ และบัญชี แยกย่อยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, คณะเศรษฐศาสตร์ ใช้คะแนนจาก GAT 30% + PAT 120% กลุ่มที่ 2 คณะการท่องเที่ยวและโรงแรม มีการใช้คะแนน 2 รูปแบบ คือ ใช้คะแนน GAT 50% และรูปแบบที่ 2 ใช้คะแนน GAT 40%+ PAT 710% (สามารถเลือก 1 วิชา) 7. กลุ่มคณะครุสาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์, พลศึกษาและสุขศึกษา มีรูปแบบ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 GAT 20% + PAT 530% และรูปแบบที่ 2 GAT 10% + PAT 520%+ PAT 1/2/3/4/6/7 (เลือก 1 วิชา) 20%

8.กลุ่มคณะศิลปกรรมศาสตร์, คณะวิจิตรศิลป์, คณะดุริยางคศิลป์, คณะศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์และคณะศิลปะการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม ใช้คะแนนจาก GAT 10% + PAT 4/6 (เลือก 1 วิชา) 40%

9.กลุ่มคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, คณะนิเทศศาสตร์, คณะวารสารศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์, คณะนิติศาสตร์, คณะสังคมวิทยา และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โดยใช้พื้นฐาน 2 พื้นฐานคือ 1. พื้นฐานวิทย์ GAT 30% + PAT 120%

          และพื้นฐานศิลป์ใช้คะแนน 2 รูปแบบ คือ ใช้คะแนนจาก GAT 50% และใช้คะแนนจาก GAT 30% + PAT 7 (เลือก 1 วิชา) 20% โดยวิธีการคำนวณคะแนนในส่วนนี้คือ นำคะแนนวิชาที่ต้องใช้ครั้งที่ได้คะแนนดีที่สุดมาคูณกับตัวเลข % ของแต่ละวิชา เช่น กลุ่มคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ต้องใช้ GAT 10% + PAT 440% คำนวณโดย (คะแนนGAT x 10)+(คะแนนPAT 4x 40)

          สัดส่วนรายละเอียดคะแนน GAT/PAT จะเรียกว่า “ระเบียบการแอดมิชชั่น” สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซด์ของ สอท. ซึ่งจะเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซด์ www.cuas.or.thประมาณเดือนพฤษภาคม และสามารถหาไฟล์ระเบียบการของปีที่แล้วมาดูเป็นแนวทางได้

          นอกจากนี้การเลือกเลือกคณะเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันเอาไว้สำหรับคนที่ใช้คะแนนเพื่อเข้าในรอบแอดมิชชั่นนั้น หลังจากที่ทราบผลคะแนน O-NET และ GAT/PAT แล้ว หมายความสามารถทดลองเลือกคณะ สาขาแอดมิชชั่นได้โดยการใช้โปรแกรมประเมินต่างๆตามเว็บไซด์ที่มีให้ทดลองใช้กัน และนอกจากตัวโปรแกรมแล้วยังมีเทคนิคในการเลือกอันดับแอดมิชชั่นอย่างไรให้ได้คณะที่อยากเรียนกัน จาก 4 อันดับที่ต้องเลือก

          อันดับ 1 เป็นคณะและมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนมากที่สุด โดยไม่ต้องสนใจเปอร์เซ็นต์ว่าจะมีมากหรือน้อย เพราะว่าถ้าเราไม่เลือกเราจะไม่มีโอกาสได้ในคณะที่เราอยากได้ แต่ถ้าเลือกยังมีโอกาสลุ้น บางครั้งคนเห็นว่าคะแนนสูงปีนี้อาจจะไม่เลือก คนก็ลดลงสิทธิ์ได้ก็มากขึ้น สำคัญที่ว่ากล้าเลือกหรือไม่ถ้าเรากล้าเลือกเราก็มีสิทธิ์ลุ้น เพราะฉะนั้นเลือกไว้ก่อน

          อันดับที่ 2 อันนี้ควรเลือกคณะและมหาวิทยาลัยที่อยากเรียน โดยคะแนนต้องใกล้เคียงกับคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้วโดยบวกลบกันไม่เกิน 150 คะแนน เช่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ คะแนนต่ำสุดปีที่แล้ว 19,200 แต่คะแนนที่เราได้ 19,050 จะเสี่ยงก็ได้ เพราะคะแนนไล่เลี่ยกัน

          อันดับที่ 3 การเลือกในอันดับนี้ สามารถเลือกคณะที่ตัวเองอยากได้อยู่ แต่ต้องดูคะแนนในแต่ละมหาวิทยาลัย โดยที่ให้คะแนนของเรานั้นสูงกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้วประมาณ 600 คะแนน ซึ่งอาจจะไม่ได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการ แต่ก็ได้เรียนในคณะที่ชอบ

          อันดับที่ 4 อันดับนี้คืออันดับที่ติดชัวร์ ส่วนจะชอบหรือไม่นั้นก็ต้องอยู่ที่ตัวของเราเอง เพราะมันอาจจะเป็นคณะที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเราชอบ เช่น อยากเข้าแพทย์แต่คะแนนไม่ถึง อาจจะเลือกคณะวิทยาศาสตร์ ภาคชีวะแทน ก็ถือว่าใกล้เคียง เพราะเรียนชีวะเยอะเหมือนกัน

          การเลือกอันดับสุดท้ายนั้น จะต้องเลือกคณะที่คะแนนของตัวเราสูงกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้วประมาณ 1,500 คะแนนขึ้นไป เยอะกว่านี้ก็ได้ เพราะจะทำให้ได้คณะนี้ได้แน่ๆซึ่งชอบหรือเปล่าขึ้นอยู่กับตัวของเราเอง

          หลังจากนี้ต้องเรียนไปอีก 4 ปี เป็นเหมือนสายอาชีพของเราแล้ว ก็ขอให้เลือกดีๆเอาสิ่งที่ตัวเราชอบ อย่าตามเพื่อนหรือคนอื่น เพราะคนแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน

/ขอบคุณ สสส.